วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความน่าสนใจของ 3G

ความน่าสนใจ

จากการที่ 3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่าง รวดเร็ว และ
มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถ
ให้บริการระบบเสียง และ แอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3,
เครื่องเล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็น
แบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น 3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบาย
และคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่ เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว
และแม้แต่กล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็ค ข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ
ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่า ใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว
และใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าว บันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน,
ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว “Always On”

คุณสมบัิติหลัก

มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on)
นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล
ซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น
โดยจะต่างจากระบบทั่วไปที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย
อุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น
แต่ยังปรากฏในรูปแบบของ อุปกรณ์สื่อสารอื่น เช่น Palmtop,
Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC

มาตรฐานหลัก

มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เพื่อเป็นการเพิ่มความคล่องตัวในการเปิดให้บริการ Non-voice
อย่างเต็มรูปแบบ พร้อม ทั้งยังคงรักษาคุณภาพในการให้บริการ Voice ด้วยระดับคุณภาพที่ดีกว่า
หรือทัดเทียมในยุค 2G จึงได้มีการกำหนดมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3Gขึ้น โดยมีมาตรฐาน
สำคัญอยู่ 2 ประเภทคือ


  • มาตรฐาน UMTS (Universal Mobile Telecommunications Service) เป็นมาตรฐานที่ 
        ออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้นำไปพัฒนาจากยุค 2G ไปสู่ 
        ยุค 3G อย่างเต็มตัวโดยเทคโนโลยีหลักที่มีการยอมรับการใช้งานทั่วโลกคือ W-CDMA 
        (Wideband Code Division Multiple Access )
  • มาตรฐาน cdma2000 เป็นการพัฒนาเครือข่าย CDMA ให้รองรับการสื่อสารในยุค 3G
        รับผิดชอบการพัฒนาเทคโนโลยีหลักคือ cdma2000-3xRTT ที่ศักยภาพเทียบเท่า 
        มาตรฐาน W-CDMA

ความเป็นมา

ความเป็นมา


มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม(Third Generation Mobile Network หรือ 3G) เป็นเทคโนโลยียุคถัดมาจากการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สอง หรือ 2G ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา ในยุคของโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G มีมาตรฐานที่สำคัญที่มีการนิยมใช้งานอยู่ทั่วโลกอยู่ 2 มาตรฐาน กล่าวคือ

มาตรฐาน GSM (Glo balSystems Mobile Communication)อันเป็นมาตรฐานของกลุ่มสหภาพยุโรปปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดทั่วโลกสูงที่สุด

CDMA (Code Division Multiple Access) อันเป็นมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นลำดับที่สองจุดมุ่งหมายของการพัฒนา มาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G ขึ้นก็เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานระบบสื่อสารส่วนบุคคล (Personal Communication) ในลักษณะไร้พรมแดน(GlobalCommunication)

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ช้บริการสามารถนำเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปใช้งานที่ใดๆก็ได้ทั่วโลกที่มีการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวและยังเป็นยุคของการนำมาตรฐานสื่อสารดิจิตอลสมบูรณ์แบบมาใช้รักษาความปลอดภัยและเสริมประสิทธิภาพในการสื่อสารหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น บริการส่งข้อความแบบสั้น(ShortMessageServiceหรือSMS) และการเริ่มต้นของยุคสื่อสารข้อมูลผ่านเครื่องลูกข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกโดยมาตรฐาน GSMและCDMA

ตอบสนองความต้องการสื่อสารข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงสุด9,600บิตต่อวินาที ซึ่งถือว่าเพียงพอเมื่อเปรียบเทียบด้วยอัตราเร็วของการสื่อสารผ่านโมเด็ม ในเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐานเมื่อกว่าสิบปีก่อน

ความเร็วการส่งผ่านข้อมูลโดยประมาณของเทคโนโลยียุค 2.5G - 3G

ความเร็วการส่งผ่านข้อมูลโดยประมาณของ

เทคโนโลยียุค 2.5G - 3G

1. GPRS (2.5G) ความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลสูงสุดประมาณ 115 กิโลบิตต่อวินาที(Kbps) และมีความเร็วในการใช้งานจริงประมาณ 40 กิโลบิตต่อวินาที (ความเร็วในการใช้งานจริงจะลดลงไปค่อนข้างมาก เนื่องจากระหว่างใช้งาน ระบบต้องแบ่งช่องสัญญาณบางส่วน ไปใช้งานทางด้านเสียงด้วย) 

2. EDGE (2.75G) ความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลสูงสุดประมาณ 384 กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) และมีความเร็วในการใช้งานจริงประมาณ 80-100 กิโลบิตต่อวินาที (ความเร็วในการใช้งานจริงจะลดลงไปค่อนข้างมาก เนื่องจากระหว่างใช้งาน ระบบต้องแบ่งช่องสัญญาณบางส่วน ไปใช้งานทางด้านเสียงด้วย) 
3. CDMA (3G) โดยขั้นต้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ยุค ในยุคปัจจุบันคือ CDMA 2000 1X มีความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลสูงสุดประมาณ 300 กิโลบิตต่อวินาที และมีความเร็วในการใช้งา นจริงประมาณ 150 กิโลบิตต่อวินาที และยุคถัดไปของระบบนี้ คือ CDMA 2000 1XEV-DO ซึ่งมีความเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลสูงสุดไม่ต่ำกว่า 2 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) โดย CDMA เวอร์ชันนี้เอง ถือเป็นเวอร์ชันที่จะพาเราก้าวเข้าสู่ประสิทธิภาพของยุค 3G อย่างสมบูรณ์แบบ